ขึ้นชื่อว่า ‘บอลลีกไทย’...ต้องมีอะไรให้พวกเราได้เซอร์ไพรส์อยู่เสมอ
วันก่อนเพิ่งมีข่าวใหญ่ที่ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน ประกาศไขก๊อกลาเก้าอี้กุนซือ การท่าเรือ เอฟซี เพื่อรับผิดชอบกับผลงานของตัวเองที่ไม่เป็นไปตามเป้า
ท่ามกลางการเม้าท์มอยของคอลูกหนังถึงปัญหาภายในมุ้งของ “สิงห์เจ้าท่า” ว่ามันเกิดจาก “โค้ช” หรือ “ใคร” ยังไงกันแน่ ทีมถึงก้าวไปสู่จุดหมายที่วางไว้ไม่ได้สักกะที
มาวันนี้กลับมีเรื่องที่เซอร์ไพรส์กว่า เพราะ “โค้ชโอ่ง” ตกงานได้ถึง 3 วันดี
ต้นสังกัดเก่าอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็ประกาศแต่งตั้งให้เจ้าตัวกลับไปทำหน้าที่ “ผู้จัดการทีม” ในถิ่นลีโอ สเตเดียม ทันที
ท่ามกลางความงุนงงของ ข่าวฟุตบอลวันนี้ เหล่าสาวกเดอะแรบบิท ว่าตกลงโค้ชดุสิตจะมาทำหน้าที่อะไร?
ในเมื่อตอนนี้ก็มีกุนซือ “ออเรลิโอ วิดมาร์” คุมทัพอยู่แล้ว แถมผลงานกำลังขึ้นหม้อเสียด้วย แมตช์เมื่อวันเสาร์ก็เพิ่งพาทีมบีจี เฉือนเอาชนะ สมุทรปราการ ซิตี้ 1-0 มาหยกๆ
เรื่องนี้ผู้บริหารบีจี ก็ไม่ปล่อยให้ต้องรอคำตอบนาน รีบเฉลยออกมาทันทีว่า
“โค้ชโอ่ง” ก็จะเข้ามาคุมทีมในฐานะผู้ฝึกสอนเหมือนดังเดิมนั่นแหละ เพียงแต่ยังใช้ชื่อเป็น “เฮดโค้ช” ไม่ได้ เพราะเจ้าตัวยังไม่มีโปรไลเซนส์
ดังนั้นจึงต้องเอา “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ มาคอยคำ้ไว้ (เหมือนเดิม) ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทั้งคู่เคยสร้างความสำเร็จให้กับทีมเป็นแชมป์ไทยลีกครั้งแรกมาแล้วเมื่อฤดูกาลก่อน
ส่วน โค้ชวิดมาร์ ก็มีอันต้องพ้นหน้าที่ไปโดยปริยาย
แต่สัญญากับสโมสรยังมีอยู่ จึงเสนอให้ขึ้นไปนั่งเก้าอี้ประธานเทคนิค
ซึ่งเจ้าตัวตอบปฏิเสธ และขอแยกทางกับบีจีทันที!!
นั่นเท่ากับว่าบรรยากาศเดิมๆ ในแคมป์กระต่ายแก้วกำลังจะคืนกลับมา
เรื่องความเป็น “อินเตอร์” หรือการยกระดับอัปเกรดสู่ “ความเป็นมืออาชีพ” อย่างที่วาดหวังไว้ คงต้องถูกพักไว้ก่อน
เพราะ “เสี่ยปิ๊บ” ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสร คงได้เห็นถึงสัญญาณอะไรบางอย่าง ว่าบีจีตอนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งดังเดิม
และวิดมาร์เองก็ไม่ได้มาทำให้อะไรมันดีขึ้น..อย่างที่ควรจะเป็น
ขืนปล่อยเวลาเนิ่นนานไปกว่านี้ เดี๋ยวอะไรๆ มันอาจจะขมวดปมจนแก้ยากขึ้น แล้วจะลำบาก
บังเอิญ “โค้ชโอ่ง” เพิ่งลาออกจาก ท่าเรือ มาพอดีซะด้วย และเจ้าตัวก็เนื้อหอม มีหลายทีมรุมตอมเยอะแยะไปหมด
สายข่าวรายงานมาว่า ล่าสุดทีมเก่าของเขาอย่าง พีที ประจวบฯ ก็สนใจอยู่ และมีโอกาสสูงที่จะโอเคกันในไม่ช้า
ดังนั้น ท่านประธานปวิณ จึงต้องรีบชิงตัดสินใจ ด้วยเชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือของ “โค้ชโอ่ง” เป็นทุนเดิม
ว่าน่าจะเป็นคนเดียวที่ทำให้ บีจี สมหวังได้อีกครั้ง กับเส้นทางป้องกันแชมป์ไทยลีกในอีกครึ่งทางที่เหลืออยู่
การตัดสินใจคราวนี้สุ่มเสี่ยงมากนะครับ กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาที่จะตามมาหลังจากนี้
เพราะปลดโค้ชชาวออสซี่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ผลงานทีมกำลังคั่วจ่าฝูงอยู่
แต่ก็นั่นแหละ เชื่อว่า “เสี่ยปิ๊บ” คงจะชั่งนำ้หนักดีแล้วว่าอะไรคุ้มได้ อะไรคุ้มเสีย มากกว่ากัน
บางทีทำฟุตบอลแบบไทยๆ ชั่วโมงนี้ คิดอะไรที่มันสากลจ๋าเกินไปนัก ก็มักปวดเฮด
สู้กลับมายึดแนวทางง่ายๆ แบบ “ไทยสไตล์” ผสม ฟิวชั่น นิดหน่อย พอเป็นสีสัน
นั่นแหละ...การป้องกันแชมป์ที่แท้จริง
จึงจะเริ่มนับหนึ่ง!!!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น